นี่คือโอกาสของร้านอาหาร สำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่ในที่ทำงานอ่ะ ที่เรามักไม่ค่อยเจอตัวจริง เหมือนลูกค้าที่เดิมมาหน้าร้านเราปกติ ลูกค้ากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ นี่ความสำคัญ ที่จะทำให้ร้านเรา มีลูกค้าประจำ สั่งซื้อเป็นประจำ เพิ่มความมั่นคง กับยอดขายของร้านในทุกๆวัน

มากกว่าแค่รับออเดอร์! ส่องฟีเจอร์ที่จะทำให้ร้านคุณ นำคู่แข่ง
เจ้าของร้านอาหาร ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ "ยอดขายที่เติบโต อย่างยั่งยืน"
แต่คำถามคือ... จะทำอย่างไร?
ที่ OrderC เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดี ต้องตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ เราจึงไม่ได้สร้างแค่ 'ฟีเจอร์จัดการร้าน '
แอปเดลิเวอรี่กินกำไร? มาดูต้นทุน GP ที่ร้านคุณอาจมองข้าม
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็สั่งอาหารผ่านแอปฯ สะดวกสบาย ลูกค้าแฮปปี้ ร้านก็ได้ออเดอร์เพิ่ม... ฟังดูดีใช่ไหมครับ? แต่เคยสงสัยไหมว่า เบื้องหลังความสะดวกสบายนั้น ร้านอาหารอย่างเราต้องแลกกับอะไรบ้าง?
คำตอบสำคัญอยู่ที่ "ค่า GP" หรือ Gross Profit ที่แอปฯ เดลิเวอรี่หักจากยอดขายของเราไปนั่นเอง พูดง่ายๆ คือ ส่วนแบ่งที่แอปฯ เก็บไปทุกครั้งที่มีคนสั่งอาหารร้านคุณผ่านแพลตฟอร์มเขา
ค่า GP มันเยอะแค่ไหน?
ส่วนใหญ่แล้ว ค่า GP จะอยู่ที่ประมาณ 20% - 35% หรืออาจมากกว่านั้น ลองคิดดูเล่นๆ นะครับ:
- ขายอาหารได้ 100 บาท
- โดนหักค่า GP ไป 30-35 บาท
- เงินที่เหลือเข้าร้านจริงๆ คือ 65-70 บาท (นี่ยังไม่รวมต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่าอื่นๆ เลยนะ!)
เห็นไหมครับว่า เงินส่วนนี้ แทนที่จะเป็นกำไรเต็มๆ ให้ร้านเราเอาไปพัฒนาเมนู จ้างพนักงานเพิ่ม หรือเก็บไว้เป็นทุนหมุนเวียน กลับต้องแบ่งให้แอปฯ ไปไม่น้อยเลย
มันคือ "ต้นทุนแฝง" ที่ต้องจ่าย
หลายครั้งที่เราอาจจะมองข้ามค่า GP ไป เพราะเห็นว่าได้ยอดขายเพิ่ม แต่พอลองมาคำนวณดูดีๆ จะเห็นว่ามันเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่กัดกินกำไรของเราไปเรื่อยๆ โดยที่เราอาจไม่ทันสังเกต
ลองถามตัวเองดู:
- เดือนๆ นึง ร้านคุณจ่ายค่า GP ให้แอปฯ เดลิเวอรี่ไปเท่าไหร่?
- ถ้าไม่ต้องเสียค่า GP ส่วนนี้ ร้านคุณจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเท่าไหร่?
การพึ่งพาแอปฯ เดลิเวอรี่อาจช่วยเพิ่มยอดขายได้ก็จริง แต่ก็ถึงเวลาที่เราต้องหันมามอง "ต้นทุนที่แท้จริง" และคิดว่า จะมีทางไหนที่เราจะรักษาผลกำไรของร้านไว้ได้มากขึ้นหรือเปล่า? หรือเราลืมไปรึป่าวว่า เราแบ่งลูกค้าได้ เราแบ่งลูกค้าที่สะดวกสั่งตรงกับร้านนิ ไม่ยาก บทความต่อๆไป เราจะเล่าให้คุณฟังเอง
